จากการจัดอันดับ 77 จังหวัดและ 928 อำเภอในมิติ น้ำบาดาลจืด ไม่กร่อย/เค็ม จังหวัดที่ได้คะแนนสูงสุด 5 อันดับแรกคือ ชุมพร (94), พัทลุง (88), เลย (84), มุกดาหาร (83), อุบลราชธานี (83) ส่วนจังหวัดที่ได้คะแนนต่ำสุดคือ สมุทรปราการ (0), กรุงเทพมหานคร (0), สมุทรสงคราม (0)
วิธีคิด: ใช้แผนที่น้ำบาดาล 1:100,000 ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล (ทั้ง 77 จังหวัด, open data) ซึ่งจำแนกพื้นที่ตามปริมาณสารละลายในน้ำ TDS: น้ำจืด <500 มก./ล. (ดื่ม/รดพืชได้), น้ำกร่อย 500–1,500 (รดพืชทนเค็มได้บางชนิด ดื่มต้องกรอง RO), น้ำเค็ม >1,500 (ใช้ไม่ได้ ทำดินเสีย) สุ่มทุกอำเภอบนกริด 1 กม. แล้วคิดสัดส่วนพื้นที่ · คะแนน = พื้นที่จืด 45% + พื้นที่เค็ม 20% (สเกลตายตัว เค็ม 50% ของพื้นที่ = 0) + พื้นที่จืดและให้น้ำ ≥2 ลบ.ม./ชม. 25% + อยู่ในเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล (กทม. นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม อยุธยา — เจาะบ่อต้องขออนุญาตและเสียค่าใช้น้ำ/ค่าอนุรักษ์) 10% · แอ่งอีสานตอนกลาง (มหาสารคาม ขอนแก่น ร้อยเอ็ด นครราชสีมา) มีชั้นเกลือหินใต้ดินทำให้น้ำบาดาลเค็มเป็นหย่อม ๆ ส่วนที่ราบภาคกลางตอนล่างและปากแม่น้ำเป็นน้ำกร่อย/เค็มจากน้ำทะเล — ก่อนซื้อที่ดินควรถามเพื่อนบ้านว่าบ่อลึกเท่าไหร่และน้ำเค็มไหม
คะแนนนี้เป็นเพียง 1 ใน 10 มิติ — ควรดูควบคู่กับมิติอื่น เพราะจังหวัดที่เด่นด้านนี้อาจอ่อนด้านอื่น (เช่น น้ำท่วม ที่ดินแพง หรือไกลแหล่งงาน) ปรับน้ำหนักตามลำดับความสำคัญของคุณเองได้ในแดชบอร์ด
| # | จังหวัด | คะแนน น้ำบาดาลจืด ไม่กร่อย/เค็ม (0-100) | พื้นที่น้ำบาดาลจืด TDS <500 มก./ล. (%) | คะแนนรวม 9 มิติ | อันดับรวม/77 |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | ชุมพร | 94 | 98 | 58.2 | 14 |
| 2 | พัทลุง | 88 | 98 | 59.5 | 8 |
| 3 | เลย | 84 | 100 | 53.1 | 29 |
| 4 | มุกดาหาร | 83 | 100 | 49.5 | 43 |
| 5 | อุบลราชธานี | 83 | 94 | 53.8 | 27 |
| 6 | กระบี่ | 82 | 92 | 63.6 | 1 |
| 7 | เชียงราย | 81 | 98 | 41.9 | 63 |
| 8 | ปัตตานี | 81 | 94 | 55.2 | 24 |
| 9 | หนองบัวลำภู | 80 | 96 | 52.4 | 33 |
| 10 | น่าน | 78 | 98 | 37.5 | 73 |
| # | อำเภอ | จังหวัด | คะแนน น้ำบาดาลจืด ไม่กร่อย/เค็ม | พื้นที่น้ำบาดาลจืด TDS <500 มก./ล. (%) | คะแนนอำเภอรวม | ราคาที่ดิน quartile ล่าง (บาท/ไร่) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | สารภี | เชียงใหม่ | 94 | 100 | 71.5 | 1,200,000 |
| 2 | มะนัง | สตูล | 94 | 100 | 62.7 | 44,000 |
| 3 | ค่ายบางระจัน | สิงห์บุรี | 94 | 100 | 54.7 | 92,000 |
| 4 | บางแก้ว | พัทลุง | 94 | 100 | 54.6 | 52,000 |
| 5 | สุไหงโกลก | นราธิวาส | 94 | 100 | 44.3 | 840,000 |
| 6 | โพธิ์ประทับช้าง | พิจิตร | 94 | 100 | 43.9 | 40,000 |
| 7 | สามง่าม | พิจิตร | 94 | 100 | 44.0 | 40,000 |
| 8 | เมืองพัทลุง | พัทลุง | 94 | 100 | 46.0 | 72,000 |
| 9 | อินทร์บุรี | สิงห์บุรี | 94 | 100 | 44.2 | 60,000 |
| 10 | พะโต๊ะ | ชุมพร | 94 | 100 | 64.2 | 40,000 |
| 11 | หว้านใหญ่ | มุกดาหาร | 94 | 100 | 57.8 | 36,000 |
| 12 | ผาขาว | เลย | 94 | 100 | 61.4 | 32,000 |
| 13 | สรรพยา | ชัยนาท | 93 | 100 | 38.8 | 120,000 |
| 14 | วชิรบารมี | พิจิตร | 93 | 100 | 46.0 | 40,000 |
| 15 | บ้านธิ | ลำพูน | 93 | 100 | 33.3 | 120,000 |
| 16 | โพธิ์ไทร | อุบลราชธานี | 93 | 100 | 61.6 | 58,000 |
| 17 | ละแม | ชุมพร | 93 | 100 | 49.1 | 52,000 |
| 18 | ศรีเมืองใหม่ | อุบลราชธานี | 93 | 100 | 62.4 | 30,000 |
| 19 | ลำทับ | กระบี่ | 93 | 100 | 62.3 | 80,000 |
| 20 | โขงเจียม | อุบลราชธานี | 92 | 100 | 68.1 | 52,000 |
สมุทรปราการ (คะแนน 0, พื้นที่น้ำบาดาลจืด TDS <500 มก./ล. (%) 26), กรุงเทพมหานคร (คะแนน 0, พื้นที่น้ำบาดาลจืด TDS <500 มก./ล. (%) 18), สมุทรสงคราม (คะแนน 0, พื้นที่น้ำบาดาลจืด TDS <500 มก./ล. (%) 1), ปทุมธานี (คะแนน 0, พื้นที่น้ำบาดาลจืด TDS <500 มก./ล. (%) 8), ขอนแก่น (คะแนน 0, พื้นที่น้ำบาดาลจืด TDS <500 มก./ล. (%) 30)
5 อันดับแรก (คะแนน/100 · พื้นที่น้ำบาดาลจืด TDS <500 มก./ล. (%)): ชุมพร (94 · 98), พัทลุง (88 · 98), เลย (84 · 100), มุกดาหาร (83 · 100), อุบลราชธานี (83 · 94) · อำเภอที่น้ำบาดาลจืด ไม่กร่อย/เค็มที่สุด: อำเภอสารภี เชียงใหม่, อำเภอมะนัง สตูล, อำเภอค่ายบางระจัน สิงห์บุรี
ใช้แผนที่น้ำบาดาล 1:100,000 ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล (ทั้ง 77 จังหวัด, open data) ซึ่งจำแนกพื้นที่ตามปริมาณสารละลายในน้ำ TDS: น้ำจืด <500 มก./ล. (ดื่ม/รดพืชได้), น้ำกร่อย 500–1,500 (รดพืชทนเค็มได้บางชนิด ดื่มต้องกรอง RO), น้ำเค็ม >1,500 (ใช้ไม่ได้ ทำดินเสีย) สุ่มทุกอำเภอบนกริด 1 กม. แล้วคิดสัดส่วนพื้นที่ · คะแนน = พื้นที่จืด 45% + พื้นที่เค็ม 20% (สเกลตายตัว เค็ม 50% ของพื้นที่ = 0) + พื้นที่จืดและให้น้ำ ≥2 ลบ.ม./ชม. 25% + อยู่ในเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล (กทม. นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม อยุธยา — เจาะบ่อต้องขออนุญาตและเสียค่าใช้น้ำ/ค่าอนุรักษ์) 10% · แอ่งอีสานตอนกลาง (มหาสารคาม ขอนแก่น ร้อยเอ็ด นครราชสีมา) มีชั้นเกลือหินใต้ดินทำให้น้ำบาดาลเค็มเป็นหย่อม ๆ ส่วนที่ราบภาคกลางตอนล่างและปากแม่น้ำเป็นน้ำกร่อย/เค็มจากน้ำทะเล — ก่อนซื้อที่ดินควรถามเพื่อนบ้านว่าบ่อลึกเท่าไหร่และน้ำเค็มไหม
ดูแผนที่ 77 จังหวัดตามมิตินี้ →
ข้อมูลราชการเปิด 33 แหล่ง (GISTDA, ปภ., สำนักงานสถิติแห่งชาติ/ตร., กรมทรัพยากรธรณี, USGS, กรมพัฒนาที่ดิน, กรมทรัพยากรน้ำบาดาล, กรมธนารักษ์, สศช., ททท., กรมการปกครอง ฯลฯ) · คะแนนเป็นการจัดอันดับเชิงเปรียบเทียบ (percentile, 100 = ดีที่สุด) ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ราคาที่ดินเป็นราคาประเมินราชการ ต่ำกว่าราคาตลาด · แหล่งข้อมูล & ใบอนุญาต · สร้างและสนับสนุนโดย langsat.ai · อัปเดต 2026-09-17